<?xml version="1.0" encoding="Windows-874"?>

<rss version="2.0">
	<channel>

		<title>สร้างเว็บไซต์ธุรกิจสู่ลูกค้าของคุณด้วยความมั่นใจกับเรา B2C Creation - Content Channel</title>
		<description>สร้างเว็บไซต์ธุรกิจสู่ลูกค้าของคุณด้วยความมั่นใจกับเรา B2C Creation Content and Resources, Articles &amp; News &amp; Forums.</description>
		<link>http://www.b2ccreation.com</link>
		<language>en-us</language>
		<copyright>Copyright 2006, สร้างเว็บไซต์ธุรกิจสู่ลูกค้าของคุณด้วยความมั่นใจกับเรา B2C Creation</copyright>
		<docs>http://backend.userland.com/rss</docs>
		<generator>ASPPortal</generator> 
		
		
<item><title>GM and eBay will launch a new Web site on Tuesday.</title><description><![CDATA[ <P><SPAN id=intellitxt name="intellitxt"><FONT face=Tahoma color=#0000ff><STRONG>อีเบย์จับมือจีเอ็ม ขาย "รถมือหนึ่ง" ออนไลน์ (gm.ebay.com)</STRONG></FONT></SPAN></P>
<P><SPAN name="intellitxt"><FONT face=Tahoma size=2>ในที่สุดยักษ์ใหญ่ของค่ายรถอย่าง General Motors และยักษ์ใหญ่ของโลกออนไลน์อย่าง eBay เปิดทางให้ดีลเลอร์ของจีเอ็มหลายร้อยแห่งในแคลิฟอร์เนียสามารถจำหน่ายรถยนต์ และรถบรรทุกมือหนึ่งได้บนมาร์เก็ตเพลส หรือตลาดแลกเปลี่ยนออนไลน์ได้เลย<BR><BR>รายงานจากเอพีระบุว่า โครงการนำร่องขายรถมือหนึ่งออนไลน์นี้จะประกอบด้วยดีลเลอร์จีเอ็มในแคลิฟอร์เนียราว 225 บริษัท จะเริ่มวางจำหน่ายรถในเครือจีเอ็มเช่น Buick, Chevrolet, GMC และ Pontiac ในวันอังคารที่ 11 สิงหาคม บนเว็บไซต์ที่ใช้ชื่อผสมกันระหว่างสองบริษัทคือ eBay Motors เริ่มทดลองจำหน่ายถึงวันที่ 8 กันยายนนี้</FONT></SPAN></P>
<P><SPAN name="intellitxt"><FONT face=Tahoma size=2>ผู้บริโภคจะสามารถเสิร์ชชื่อรุ่นรถยนต์ปี 2008-2009 ได้จากทั้งเว็บไซต์ eBay Motors และเว็บไซต์หลักของอีเบย์ บนแอดเดรส gm.ebay.com หรือ chevy.ebay.com สามารถตั้งคำถามดีลเลอร์และทำไฟแนนซ์จัดการจ่ายเงินได้ผ่านเว็บไซต์ ที่สำคัญ บนอีเบย์มอเตอร์สจะมีเครื่องมือบนเว็บที่ผู้บริโภคสามารถนำรถเก่ามาเทรดอิน หรือมาขายคืนบนอีเบย์เพื่อนำเงินไปซื้อเครื่องใหม่ได้ โดยสามารถสั่งซื้อรถใหม่ได้ทั้งแบบประมูลและแบบกำหนดราคา ตามสไตล์ของอีเบย์</FONT></SPAN></P>
<P><SPAN name="intellitxt"><FONT face=Tahoma size=2>การทดสอบโครงการจำหน่ายรถมือหนึ่งออนไลน์นี้เกิดขึ้นหลังจากจีเอ็มสามารถพ้นจากสภาพล้มละลายได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นมิติใหม่ในการเพิ่มช่องทางการติดต่อกับกลุ่มลูกค้าที่น่าจับตา ขณะเดียวกัน โครงการที่เกิดขึ้นถือเป็นหลักไมล์สำคัญของอีเบย์ในการเพิ่มตลาดและมูลค่าในการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งโฆษกจีเอ็มนาม John McDonald เชื่อว่าโครงการนี้จะทำให้ทั้งสองบริษัทได้กำไรทั้งคู่<BR><BR><BR><A href="http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000091260" target=_blank>Manager</A></FONT></SPAN></P> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=46</link><pubDate>11/8/2552</pubDate></item><item><title>MicroPayment by Paypal</title><description><![CDATA[ <P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เพย์พาล (Paypal)</STRONG> ผู้ให้บริการระบบรับจ่ายเงินออนไลน์ยังเชื่อมั่นในประเทศไทย เตรียมโหมโปรโมทโครงการ <STRONG>"คุ้มครองผู้ขาย (Seller Protection)"</STRONG> บริการฟรีที่เชื่อว่าจะลดความกังวลของผู้ขายชาวเอเชียและชาวไทยได้ มั่นใจไทยจะเป็นดาวรุ่งตลาดชอปปิ้งออนไลน์แถวหน้าในอาเซียนด้วยมูลค่าตลาดรวม 2 หมื่นล้านเหรียญ (ประมาณ 7 แสนล้านบาท) ภายในปีหน้า <FONT color=#990000>ยอมรับมองเห็นการเติบโตของตลาดรีเทลออนไลน์ของไทย ทำให้มีแผนให้บริการ <STRONG>MicroPayment</STRONG> ในอนาคตแน่นอน</FONT> เชื่อปี 2011 ยอดการชำระเงินออนไลน์ทั่วโลกผ่านเพย์พาลจะเพิ่มขึ้นจาก 6 หมื่นล้านเหรียญในปี 2008 เป็น 1-1.2 แสนล้านเหรียญ คิดเป็นอัตราการเติบโตเกือบ 2 เท่าตัว</FONT></P>
<P><STRONG><FONT face=Tahoma size=2>โครงการนี้เป็นเพียงหนึ่งในกลยุทธ์รุกประเทศไทยของเพย์พาล เพราะเพย์พาลระบุว่าเดือนมิถุนายนนี้จะเป็นเดือนแรกที่มีการให้บริการคอลล์เซ็นเตอร์โดยคนไทย หลังจากที่เริ่มให้บริการเว็บไซต์เป็นภาษาไทยแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา</FONT></STRONG></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>"จำนวนคอลล์เซ็นเตอร์เพย์พาลที่เป็นคนไทยไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยืนยันว่าเราจะเพิ่มจำนวนแน่นอนหากพบว่ามีความต้องการมากขึ้น เราไม่มีแผนเปิดสำนักงานในประเทศไทยเพราะทำงานร่วมกับพันธมิตรอยู่แล้ว ประกอบกับเราเป็นบริการออนไลน์ที่สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้"<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมา เพย์พาลมีพันธมิตรรายหลักในประเทศไทยคือเพย์สบาย บริษัทผู้ให้บริการรับส่งเงินทางอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติไทยที่ดีแทคเพิ่งซื้อไป เพย์พาลระบุว่าไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขยอดใช้จ่ายเงินผ่านเพย์พาลในประเทศไทยได้ รวมถึงไม่มีข้อมูลว่าเป็นการใช้จ่ายในอีคอมเมิร์ชประเภท<STRONG>บีทูบี</STRONG> (ธุรกิจสู่ธุรกิจ) <STRONG>บีทูซี</STRONG> (ธุรกิจสู่ผู้บริโภค) หรือ<STRONG>ซีทูซี</STRONG> (ผู้บริโภคสู่ผู้บริโภค) แต่ยืนยันว่า เพย์พาลมองเห็นการเติบโตของตลาดรีเทลออนไลน์ของไทย ทำให้มีแผนให้บริการ MicroPayment หรือบริการชำระค่าบริการมูลค่าน้อยๆในอนาคตแน่นอน<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<STRONG>อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ตัวเลขประมาณการมูลค่าการซื้อขายออนไลน์ในประเทศไทยของเพย์พาลนั้นอยู่ในระดับสูงเกินการสำรวจจากค่ายอื่น "ศูนย์วิจัยกสิกรไทย"คาดการณ์ว่าธุรกิจซื้อขายออนไลน์ไทยจะมีมูลค่าประมาณ 30,000-39,000 ล้านบาทในปีนี้ ขยายตัวประมาณ 20-30% ชะลอลงจากปี 2551 ที่ขยายตัวประมาณร้อยละ 30-40%</STRONG><BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มูลค่าตลาด 30,000-39,000 ล้านบาทนั้นถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดซื้อขายออนไลน์ของประเทศชั้นนำในเอเชียอย่างเกาหลี ญี่ปุ่น หรือแม้แต่มาเลเซีย ซึ่งวงการอีคอมเมิร์ชในประเทศไทยมีการวิพากวิจารณ์กันมากว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาครัฐไม่มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ชอย่างจริงจังเท่าประเทศอื่น<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<STRONG>การสำรวจของ NECTEC ในปี 2551 พบว่าจำนวนผู้ซื้อสินค้าและบริการผ่านอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วน 45.5% เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2550 ที่มีประมาณ 28.9%</STRONG><BR><BR>แหล่งที่มา<BR><A href="http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000069040" target=_blank>www.Manager.co.th</A><BR></FONT></P> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=45</link><pubDate>18/6/2552</pubDate></item><item><title>Google to Buy Twitter?</title><description><![CDATA[ <P><FONT face=Tahoma color=#0066ff size=4><STRONG><BR>ลือกูเกิลเล็งซื้อทวิตเตอร์</STRONG></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma><FONT size=2>ผู้ที่รายงานว่าทวิตเตอร์จะถูกกูเกิลซื้อไปคือ <STRONG>ไมเคิล แอร์ริงตัน</STRONG> (Michael Arrington) เผยแพร่บทความทาง<STRONG>เทคครันช์ </STRONG>(TechCrunch) เว็บบล็อกข่าวไอทีชื่อดัง<BR><BR><BR><IMG alt="" src="http://www.techcrunch.com/wp-content/uploads/2009/04/twitter-logo.png" border=0 alignment=""><BR><BR><STRONG>Google In Talks To Acquire Twitter (Updated)</STRONG><BR><A href="http://www.techcrunch.com/2009/04/02/sources-google-in-late-stage-talks-to-buy-twitter/" target=_blank>http://www.techcrunch.com/2009/04/02/sources-google-in-late-stage-talks-to-buy-twitter/</A><BR><BR>ข้อเขียนของ<STRONG>แอร์ริงตัน</STRONG>ระบุว่าไม่ใช่แค่ซื้อขายบริษัท แต่ทั้งทวิตเตอร์และกูเกิลกำลังสนใจจะทำงานร่วมกันเพื่อเสริมศักยภาพเสิร์ชเอนจิ้นแบบเรียลไทม์ของกูเกิล ซึ่งการควบรวมนั้นยังไม่แน่ชัดว่า จะดำเนินโดยการชำระเงินสดหรือแลกหุ้นกันแทน เนื่องจากการเจรจานั้นเพิ่งเริ่มต้น<BR><BR><IMG alt="" src="http://www.techcrunch.com/wp-content/googleyoutubelogo.jpg" border=0 alignment=""><BR><BR>ผู้สังเกตการณ์ในตลาดไอทีสหรัฐฯมองว่า การรายงานข่าวของ<STRONG>แอร์ริ่งตัน</STRONG>ยังไม่มีความชัดเจน แต่ด้วยความที่<U>แอร์ริ่งตันเป็นผู้เขียนบล็อกรายแรกที่รายงานข่าวลือว่า กูเกิลจะซื้อเว็บวีดีโอออนไลน์อย่างยูทูบ (YouTube) เมื่อปี 2006</U> ซึ่งเกิดขึ้นจริง ข่าวของแอร์ริ่งตันจึงมีน้ำหนักอย่างช่วยไม่ได้<BR><BR><FONT color=#000000><STRONG>Google Has Acquired YouTube</STRONG></FONT><BR><A href="http://www.techcrunch.com/2006/10/09/google-has-acquired-youtube/" target=_blank>http://www.techcrunch.com/2006/10/09/google-has-acquired-youtube/</A><BR><BR><BR><STRONG>ทวิตเตอร์</STRONG> นั้นเป็นบริการที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถบอกเล่าความเป็นไปในขณะนั้นได้ในรูปเว็บล็อกความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษรแก่เพื่อนในกลุ่ม ผู้ใช้สามารถส่งข้อความว่ากำลังทำอะไรที่ไหนอย่างไรไปยังคอมพิวเตอร์ของเพื่อนที่ออนไลน์อยู่ในขณะนั้น ได้รับความนิยมมากเนื่องจากความสะดวกในการติดต่อข่าวสารระหว่างคนในกลุ่มแบบรวดเร็วทันใจและไม่มีค่าใช้จ่าย เว้นแต่จะเป็นการส่งข้อความสู่โทรศัพท์มือถือ</FONT></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma><FONT size=2>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประชาสัมพันธ์กูเกิลยังคงปิดปากเงียบว่าไม่สามารถในความเห็นต่อข่าวลือที่เกิดขึ้นได้ ขณะที่ประชาสัมพันธ์ของทวิตเตอร์ไม่สามารถติดต่อได้<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ยังไม่มีใครออกมาคาดการณ์มูลค่าการซื้อขายที่กูเกิลจะเทให้ทวิตเตอร์ ซึ่งเปิดให้บริการมาเพียง 3 ปีและยังไม่สามารถสร้างรายได้แต่มีกระแสความนิยมสูง โดยผู้ร่วมก่อตั้งทวิตเตอร์อย่างบิซ สโตน (Biz Stone) เคยกล่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมาว่าต้องการเป็นพันธมิตรกับหลายบริษัท รวมถึงกูเกิลด้วย โดยยังไม่มีความคิดที่จะขายบริษัทในขณะนี้</FONT></FONT></P>
<P><A href="http://www.pcworld.com/article/162558/google_to_buy_twitter_report_says_deal_is_in_the_works.html" target=_blank>pcworld.com</A><BR><A href="http://blogs.reuters.com/mediafile/2009/04/03/could-google-buy-twitter-techcrunch-says-yes/" target=_blank>Reuters.com</A><BR><A href="http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000038171" target=_blank>manager.co.th</A></P> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=44</link><pubDate>5/4/2552</pubDate></item><item><title>Celebrating 20 Years of the World Wide Web </title><description><![CDATA[ <P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG>&nbsp;&nbsp;Tim Berners-Lee</STRONG> ประธาน W3C ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นบิดาของ www&nbsp;<FONT color=#0000ff>"การพัฒนาเว็บนั้นยังไม่สิ้นสุด ผมมั่นใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ที่จะเขย่าโลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"</FONT> เค้าเชื่อว่า ความเปลี่ยนแปลงนั้นคือการเชื่อมโยงข้อมูลแบบใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อระบบคอมพิวเตอร์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลในแต่ละบิตได้เอง ไม่ใช่การวิเคราะห์เว็บเพจที่ถูกเปิดใช้งานอย่างที่เป็นในปัจจุบัน </FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <FONT color=#333333>จุดกำเนิดของ <STRONG>www</STRONG> ถูกบันทึกว่าเริ่มต้นขึ้นเมื่อ <STRONG>เบอร์เนอร์ส-ลี</STRONG> เขียนโครงการส่งหัวหน้าหน่วยวิจัย CERN ในเดือนมีนาคม 1989 เป็นโครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างนักวิทยาศาสตร์ในทวีปยุโรป โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ CERN ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยทางนิวเคลียร์ฟิสิกส์ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์โดยใช้ระบบไฮเปอร์เท็กซ์ ก่อนจะเริ่มทดสอบโปรแกรมต้นแบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อรันบนคอมพิวเตอร์ NeXT ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ OS X Macintosh ของแอปเปิล&nbsp; ปีต่อมา เบอร์เนอร์ส-ลีใช้เวลา 2 เดือนในการพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งสามารถเปิดให้ผู้ใช้แบ่งปันข้อมูลระหว่างกันผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยใช้ชื่อเรียกเครือข่ายนี้ว่า <STRONG>World Wide Web</STRONG> ชื่อเครือข่ายใยแมงมุมทั่วโลกดังกล่าวเป็นที่รู้จักในวงกว้างช่วงปี 1991 และได้รับการพัฒนาเรื่อยมาจากหน่วยงานบริษัทไอที <BR>จนแพร่หลายไปในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆเช่นในปัจจุบัน</FONT></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>เค้ายังกล่าวใน <FONT color=#ff0000>งานฉลองครบรอบ 20 ปี <STRONG>www</STRONG> เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 52</FONT><FONT color=#ff0000> <BR></FONT>ณ โกลบ ออฟ ไซน์ แอนด์ อินโนเวชั่น (Globe of Science and Innovation) <BR>ที่เซิร์น สวิตเซอร์แลนด์ ว่า...</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>นักท่องอินเทอร์เน็ตทุกคนกำลังมีความเสี่ยงในการถูกรัฐบาลและองค์กรทั่วไปติดตามสอดแนมประวัติการใช้งานเว็บไซต์มากขึ้น&nbsp;ระบุว่านี่คือเรื่องสำคัญที่นักท่องเน็ตทุกคนควรหลีกเลี่ยง ไม่ได้พูดถึงองค์กรใดเป็นพิเศษแต่หลายเสียงมองว่าสิ่งที่ <STRONG>เบอร์เนอร์ส-ลี</STRONG> พูดพาดพิงถึงกูเกิล</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><FONT color=#ff0000>"การสอดแนมลักษณะนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องหลีกเลี่ยง" <BR></FONT>ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวอังกฤษกล่าว โดยบอกว่าหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดของโลกอินเทอร์เน็ต คือ การสร้างความมั่นใจว่า ข้อมูลบนโลกออนไลน์นั้นถูกนำไปใช้ตามจุดประสงค์ที่เจ้าของข้อมูลยินยอมและสมัครใจ<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <BR>แม้ไม่ได้ระบุชื่อกูเกิล (Google) ยักษ์ใหญ่บริษัทโฆษณาออนไลน์สัญชาติอเมริกัน <BR>แต่หลายคนอดไม่ได้ที่จะนำสิ่งที่เบอร์เนอร์ส-ลีพูดถึง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบการทำงานใหม่ที่เขาระบุว่าสามารถตัดสินใจว่าใครควรจะชมคอนเทนท์ใดบนเว็บได้อย่างง่ายดาย <BR>มาเชื่อมโยงกับระบบโฆษณาใหม่ของกูเกิล โดย<FONT color=#006600>กูเกิลนั้นเพิ่งเริ่มทดสอบระบบโฆษณาใหม่ในชื่อ "interest-based advertising"</FONT> เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นระบบโฆษณาที่ถูกออกแบบมาให้สามารถบันทึกประวัติการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้แต่ละคน เพื่อประมวลออกมาเป็นข้อมูลความสนใจ สำหรับนำไปใช้ในการเลือกโฆษณาที่เหมาะสมกับผู้ใช้รายนั้นๆ<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <BR>นอกจากระบบอัตโนมัติ <STRONG>เบอร์เนอร์ส-ลี</STRONG> ยังพูดถึงความนิยมในการใช้แอปพลิเคชันฟรีบนอินเทอร์เน็ตหรือคลาวด์เซอร์วิส (cloud service) ที่เพิ่มมากขึ้น ว่ายิ่งทำให้ข้อมูลส่วนตัวที่เก็บบนอินเทอร์เน็ตมีโอกาสรั่วไหลยิ่งขึ้น จุดนี้เบอร์เนอร์ส-ลีย้ำว่าภาครัฐควรเข้ามามีส่วนร่วมในการสอดส่องดูแลโลกออนไลน์ เพื่อป้องกันการนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในทางที่ผิด ท่ามกลางเทคโนโลยีบนโลก <STRONG>www</STRONG> ที่ <STRONG>เบอร์เนอร์ส-ลี</STRONG> เชื่อว่าจะมีการพัฒนาที่รวดเร็วขึ้นอีก<BR><BR><A href="http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000029790" target=_blank>http://www.manager.co.th/Cyberbiz/</A></FONT></P> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=43</link><pubDate>16/3/2552</pubDate></item><item><title>ทดสอบระบบโฆษณาใหม่อิงตามความสนใจ</title><description><![CDATA[ <P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </STRONG></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG></STRONG></FONT>&nbsp;</P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG></STRONG></FONT>&nbsp;</P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG></STRONG></FONT>&nbsp;</P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG></STRONG></FONT>&nbsp;</P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG></STRONG></FONT>&nbsp;</P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG></STRONG></FONT>&nbsp;</P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG></STRONG></FONT>&nbsp;</P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG></STRONG></FONT>&nbsp;</P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG><BR><BR><BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;Google ทดสอบระบบโฆษณาใหม่ </STRONG>อิงตามความสนใจไม่ใช่คีย์เวิร์ด โดยมีชื่อเรียกว่า&nbsp;<STRONG> <FONT color=#ff00ff>"interest-based advertising" หรือ ระบบโฆษณาออนไลน์ที่อิงตามความสนใจของผู้บริโภค</FONT> </STRONG>ระบบโฆษณาใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อบันทึกความสนใจของนักท่องเน็ต โดยอ้างอิงจากประวัติการใช้งานเว็บไซต์และการค้นหาข้อมูล </FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จากนั้นจะนำเสนอ "โฆษณาสั่งตัด" ที่ระบบเชื่อว่าเหมาะสมกับผู้ใช้<STRONG><FONT color=#0000ff>โดยไม่คำนึงถึงเนื้อหาเว็บไซต์ที่ถูกเปิดใช้งานในขณะนั้น ที่สำคัญ ผู้ใช้จะมีสิทธิ์ในการเพิ่มหรือลดประเภทโฆษณาสำหรับตัวเองได้ด้วย</FONT></STRONG><BR></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ตามเนื้อความแถลงการณ์ของกูเกิล</P></FONT>
<P><FONT face=Tahoma size=2>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;"<FONT color=#666666>การโฆษณาที่อิงจากคีย์เวิร์ดหรือคำสืบค้นนั้นประสบความสำเร็จมาตลอดเพราะช่วยสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับผู้ใช้ นักการตลาด และสื่อผู้ผลิตคอนเทนท์ ที่ได้รับการตอบโจทย์ครบทุกคน</FONT> <STRONG>กูเกิลเชื่อว่าโฆษณาที่อิงจากความสนใจของผู้ใช้งาน</STRONG> <FONT color=#333333>ก็จะทำให้เกิดวงจรความสำเร็จในลํกษณะเดียวกัน แต่จะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับโฆษณาที่ตรงใจมากขึ้น ส่งให้รายรับของนักการตลาดและสื่อมีมูลค่าเพิ่มขึ้น</FONT>" </FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ที่สำคัญ กูเกิลได้สงวนสิทธิ์ในการเพิ่มหมวดหมู่ความสนใจบางหมวด โดยเฉพาะหมวดที่มีความเสี่ยงสูงเช่น หมวดสุขภาพ หรือหมวดที่ประกอบด้วยสินค้าล่อใจเยาวชน และยังให้สิทธิ์นักท่องเน็ตสามารถสั่ง Opt Out หรือปิดความสามารถไม่ให้ระบบติดตามประวัติการท่องเว็บจากไฟล์คุ้กกี้ (cookie) ได้ คาดว่าจะไม่ทำให้ประเด็นกล่าวหาว่ากูเกิลละเมิดสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภคเกิดขึ้นในอนาคต<BR><BR><A href="http://www.manager.co.th" target=_blank>http://www.manager.co.th</A></FONT></P> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=42</link><pubDate>12/3/2552</pubDate></item><item><title>eCommerce USA by Forrester Research</title><description><![CDATA[ <P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG><FONT color=#0066ff size=3>อีคอมเมิร์ชมะกัน คาดว่ารุ่งอีกปีหน้า</FONT></STRONG><BR><BR><STRONG>&nbsp;ฟอร์เรสเตอร์รีเสิร์ช (Forrester Research)</STRONG> บริษัทวิจัยสหรัฐฯเชื่อว่า ปี 2010 จะเป็นปีที่วงการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แดนลุงแซมกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากชะลอตัวลงในปีนี้ (2009) แต่หลังจากปี 2010 เชื่อว่าการขยายตัวจะลดลงต่อเนื่องอีก 3 ปีถึงปี 2013<BR><BR>จากผลการสำรวจตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯในช่วง 5 ปีนับจากนี้ว่า มูลค่าตลาดออนไลน์ในปี 2010 <STRONG>จะเติบโตราว 13 เปอร์เซ็นต์เป็น 1.77 แสนล้านเหรียญ</STRONG> เพิ่มขึ้นจากการเติบโต 11 เปอร์เซ็นต์ในปี 2009 ซึ่งฟอร์เรสเตอร์คาดว่าจะอยู่ที่ 1.56 แสนล้านเหรียญ <STRONG>ตัวเลขเติบโต 11 เปอร์เซ็นต์ในปี 2009 นั้นลดลงจาก 13 เปอร์เซ็นต์ซึ่งตลาดปี 2008 ทำได้<BR><BR>Sucharita Mulpuru</STRONG> ผู้เขียนรายงานวิจัยของฟอร์เรสเตอร์ชี้ว่า สาเหตุที่ทำนายไว้เช่นนั้นเป็นเพราะวัฏจักรทั่วไปของตลาด ซึ่งเมื่อตลาดโตเต็มที่การเติบโตย่อมลดลงเป็นปกติ โดยรายงานให้ข้อมูลว่า ตลาดออนไลน์สหรัฐฯจะช่วยเพิ่มตัวเลขการเติบโตในตลาดค้าปลีกสหรัฐฯเช่นเคย เชื่อว่าตลาดออนไลน์ปี 2009 และ 2010 จะผลักดันตัวเลขมูลค่าตลาดค้าปลีกสหรัฐฯได้ราว 6 เปอร์เซ็นต์<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สำหรับปี 2011 ฟอร์เรสเตอร์เชื่อว่า อีคอมเมิร์ชจะผลักดันตลาดค้าปลีกสหรัฐฯให้เติบโตอีกราว 7 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ปี 2012 และ 2013 เชื่อว่าจะอยู่ที่ 8 เปอร์เซ็นต์<BR><BR><A href="http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000013052" target=_blank>http://www.manager.co.th</A><BR></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG><BR></STRONG></FONT>&nbsp;</P> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=41</link><pubDate>4/2/2552</pubDate></item><item><title>Hey Facebook</title><description><![CDATA[ <P><FONT face=Tahoma size=2>&nbsp;&nbsp; <FONT color=#0033cc size=3>"Hey Facebook การให้นมจากเต้าไม่ใช่เรื่องลามก!</FONT>&nbsp; <BR>ประโยคดังกล่าวมาจากนาง <STRONG>Kelli Roman</STRONG> ซึ่งเป็น คุณแม่ลูก 2 ชาวอเมริกัน วัย 23 ปี ที่มี เฟซบุ๊ก เป็นของตัวเองและได้โพสต์รูปตัวเอง ขณะให้นมลูกลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊ก เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา และไม่นานก็มี email แจ้งว่า จำเป็นต้องลบภาพดังกล่าว เพราะเป็นการเปิดเผยเนื้อหนังบริเวณเต้านม เข้าข่าย ภาพลามกอนาจาร</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทางด้านโฆษกของเฟซบุ๊ก ออกมาเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทางเว็บมิได้สั่งลบภาพการให้ลูกดื่มนมจากเต้า แต่มี <STRONG><FONT color=#ff0000>กฎห้ามเผยแพร่ ภาพที่เห็นหัวนมหรือบั้นท้ายของสตรี </FONT></STRONG></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; Kelli Roman จึงได้ตั้ง Group ใน facebook ขึ้นมา มีชื่อว่า</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma color=#00cc33 size=2><STRONG>Hey, Facebook, breastfeeding is not obscene!<BR>(Official petition to Facebook)</STRONG></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>&nbsp;&nbsp; ซึ่ง Group ดังกล่าวเป็นกลุ่มเปิด ทุกคนสามารถเข้าร่วมและเชิญคนอื่นเข้าร่วมได้ โดยมีผู้ดูแล คือ Kelli นั้นเอง&nbsp; </FONT><FONT face=Tahoma size=2>จากเหตุการณ์นี้ ทำให้เกิดกระแสการต่อต้านนโยบายดังกล่าว จากกลุ่มเล็กๆ จนมีสมาชิกราว <STRONG>119,853</STRONG> คน (3/01/2552)</FONT></P>
<P><A href="http://www.facebook.com/group.php?gid=2517126532" target=_blank><FONT face=Tahoma size=2>http://www.facebook.com/group.php?gid=2517126532</FONT></A></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>01/01/09 100,000 members strong<BR>9/30/07 - 26,000 members!<BR>9/21/07 - 22,000 members<BR>9/20/07 - 21,000 members<BR>9/19/07 - 20,000 members!<BR>9/18/07 - 19,000 members<BR>9/17/07 - 18,000 members<BR>9/16/07 - 17,000 members<BR>9/15/07 - 16,000 members<BR>9/15/07 - 15,000 members<BR>9/14/07 - 14,000 members<BR>9/12/07 - 12,000 members<BR>9/11/07 - 10,000 members<BR>9/07/07 - 7,000 members<BR>8/25/07 - 6,000 members</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>&nbsp;&nbsp; นอกจากนาง Kelli Roman แล้ว ยังมีสมาชิกอีกหลายคนที่ได้รับคำเตือนและห้ามให้ Post รูปลักษณะดังกล่าว ด้วยเช่นกัน โดยมีรูปตัวอย่างที่ได้รวบรวมไว้ที่ </FONT><A href="http://www.tera.ca/photos6.html" target=_blank><FONT face=Tahoma size=2>http://www.tera.ca/photos6.html</FONT></A></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถเข้าชมได้ที่</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG>Hey, Facebook, what have you got against breast-feeding?<BR></STRONG>December 30, 2008 1:59 AM PST <BR></FONT><A href="http://news.cnet.com/8301-17852_3-10129731-71.html" target=_blank><FONT face=Tahoma size=2>News.CNET.com</FONT></A></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG>Facebook nudity policy draws nursing moms  ire</STRONG><BR></FONT><A href="http://www.google.com/hostednews/ap/article/ALeqM5hJk4_NzHqnAhQ6IE1avFZ2tItJQwD95EOGA81" target=_blank><FONT face=Tahoma size=2>Google News</FONT></A></P>
<P><BR><FONT face=Tahoma size=2><STRONG>แหล่งข้อมูล</STRONG><BR></FONT><A href="http://www.thairath.com/news.php?section=international&amp;content=117535" target=_blank><FONT face=Tahoma size=2>ThaiRath</FONT></A></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><BR></FONT>&nbsp;</P> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=40</link><pubDate>3/1/2552</pubDate></item><item><title>AOL CEO Said to Want to Buy Yahoo</title><description><![CDATA[ <P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><FONT color=#990099 size=4>หุ้นยาฮูพุ่งสูงขึ้น เมื่ออดีตซีอีโอ AOL ตั้งกองทุนเทกโอเวอร์<BR></FONT></STRONG><BR>อดีตผู้นำ AOL นาม<STRONG>โจนาธาน มิลเลอร์</STRONG> (Jonathan Miller) ขณะนี้ <BR>เค้าคือพันธมิตรของกลุ่มบริษัท <STRONG>Velocity Interactive Group</STRONG> ซึ่งเป็นบริษัทที่เน้น<BR>การลงทุนในธุรกิจสื่อดิจิตอลกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมระดมทุนเพื่อหาทาง<BR>ซื้อ<STRONG>ยาฮู</STRONG>ในมูลค่า 3 หมื่นล้านเหรียญ ส่งให้มูลค่าหุ้นยาฮูพุ่งขึ้น 7 เปอร์เซ็นต์เพื่อแสดงว่า<BR>นักลงทุนตอบรับข่าวนี้ด้วยดี</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>ปัจจุบันมูลค่าการตลาดของยาฮูถูกประมาณไว้ที่ 1.57 หมื่นล้านเหรียญ<BR>ลดลงจากช่วงที่ยักษ์ใหญ่<STRONG>ไมโครซอฟท์</STRONG> (Microsoft) เสนอเงินจำนวนสูง<BR>ถึง 4.75 หมื่นล้านเหรียญ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขที่ซีอีโอ<BR>และกรรมการบริหารยาฮูปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่ามีมูลค่าน้อยเกินไป<BR><BR><A href="http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000142879" target=_blank>Manager</A><BR><A href="http://www.pcmag.com/article2/0,2817,2335819,00.asp?kc=PCRSS03069TX1K0001121" target=_blank>PC Mag</A><BR><BR></FONT></P> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=39</link><pubDate>3/12/2551</pubDate></item><item><title>Holiday Toy List at Amazon</title><description><![CDATA[ <P><FONT face=Tahoma size=2><BR>&nbsp;&nbsp; ใกล้วันพ่อ วัน Christmas และวันปีใหม่ 2552 แล้ว หลายๆ คนคงกำลังมองหาของขวัญ<BR>ช่วงเทศกาลแบบนี้โดยเฉพาะช่วงสิ้นปีจะเป็นช่วงที่ร้านค้าต่างๆ จะออกมาลดราคากัน<BR>ไม่เว้นแม้กระทั้ง สินค้า eCommerce ซึ่งจะมียอดจำหน่ายสูงในทุกๆ ปี</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>&nbsp;&nbsp; สำหรับนักโฆษณาก็ต้องรีบตัดสินใจในการเลือกสินค้าขายดีเพื่อทำยอดขายในช่วงนี้<BR>ซึ่งต้องฝากไว้ให้เลือก วิเคราะห์จากสถิติที่ผ่านๆ มาถ้าเคยได้ทำในปีที่แล้ว ส่วนใคร<BR>ที่เริ่มเป็นปีแรก แนะนำว่า ลองไปดูสินค้าที่ขายดี ใน <STRONG>eBay</STRONG> หรือ <STRONG>Amazon</STRONG> และเว็บไซต์<BR>eCommerce อื่นๆ ประกอบการตัดสินใจ และความถนัดของแต่ละบุคคล</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>&nbsp;&nbsp; พอดีผ่านไปดูที่เว็บไซต์ </FONT><A href="http://www.amazon.com/gp/holidaytoylist?&amp;tag=holiday-gift-ideas-20" target=_blank><FONT face=Tahoma size=2>www.Amazon.com</FONT></A><FONT face=Tahoma size=2> ก็ไปสะดุดกับลูกเล่นที่ทางเว็บไซต์พัฒนาขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจของนัก Shopping นั้นก็คือ <BR><BR><STRONG>Amazon.com s Holiday Toy List: <BR>Videos of this year s hottest Toys &amp; Games, Sport &amp; Outdoors, ...</STRONG></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>ความพิเศษของ <STRONG>The Holiday Toy List</STRONG> ในปีนี้ อยู่ตรงที่ การเลือกชมสินค้า<BR>ในรูปแบบที่แปลกและแตกต่างไปจากเดิม โดยมีรูป Guide Line ให้เราทราบ<BR>เมื่อเข้าที่หน้า web page นี้เป็นครั้งแรกในหัวข้อ <STRONG>How to Get Around</STRONG></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG>How to Get Around</STRONG> <FONT color=#0000ff>นี้จะบอก วิธีการใช้งานง่ายๆ โดยใช้ Keyboard ลูกศรขึ้นลง <BR>ให้ความรู้สึก เมื่อเรากำลังเล่นหรือความคุมในขณะเล่นเกมส์ นั้นเอง <BR>เมื่อเราใช้ Keyboard ขึ้นลงจนพบกับสินค้าที่น่าสนใจแล้วก็แค่เคาะ Space bar <BR>เพื่อ Zoom In เพื่อดูรายละเอียดของสินค้านั้นๆ</FONT> ซึ่งทาง Amazon ก็ได้เตรียม <BR><STRONG>Clip Video</STRONG> มานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ โดยเบื้องต้น ทาง Amazon จะแยกจาก <BR>อายุของเด็ก แนะนำสินค้าที่เหมาะกับอายุของเด็กในแต่ละวัย แต่ถ้าใครไม่ชอบ <BR>ยังสามารถปรับเป็นตามราคาก็ยังได้ที่ ด้านซ้ายมือบริเวณ Shop by AGE / PRICE <BR>และ ถ้าใครไม่ชอบมุมมองแบบนี้ ก็สามารถกลับมาใช้แบบดั้งเดิมได้ที่มุมขวาบน <BR>จะพบปุ่ม List View และ Windowshop View เมื่อกด List View แล้ว ก็จะกลับ<BR>เป็นการแสดง List สินค้าแบบเดิม</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>สนใจลองสัมผัสด้วยปลายนิ้วของคุณ ลองเข้าไปชมได้ตาม Link ด้านล่างนี้<BR></FONT><FONT face=Tahoma size=2><BR><STRONG><A href="http://www.amazon.com/gp/holidaytoylist?&amp;tag=holiday-gift-ideas-20" target=_blank>The Holiday Toy List</A></STRONG></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>และสุดท้ายนี้ <STRONG>มีสินค้าขายดีในปี 2007 บน eBay</STRONG> มาฝาก</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>1 iPhone<BR>2 Webkinz / Lil Kinz<BR>3 Transformers <BR>4 Collectible Barbie<BR>5 Dooney &amp; Bourke Zebra Tote<BR>6 Nintendo Wii<BR>7 T.M.X. Friends - Ernie &amp; Cookie Monster<BR>8 BCBG Dress<BR>9 Harry Potter and the Deathly Hallows<BR>10 Rock Band Video Game<BR>11 iPod nano 8GB (Black)<BR>12 The Simpsons <BR>13 PlayStation 3<BR>14 I m Not A Plastic Bag<BR>15 Motorola RAZR2 <BR>16 Designer Fragrances<BR>17 Citizen Eco-Drive Watch<BR>18 Nike Air Max 360 II<BR>19 Abercrombie &amp; Fitch Hoodie Jacket<BR>20 Dept. 56 Snow Villages<BR>21 Nike SasQuatch Sumo2<BR>22 Gibson Electric Guitar<BR>23 Craftsman Hand Tool Set<BR>24 Burton Snowboard<BR>25 Vtech Gadget</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>ขอให้โชคดีและสนุกกับเทศกาลต่างๆ ที่จะมาถึงกันทุกคนนะ<BR></FONT></P> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=38</link><pubDate>2/12/2551</pubDate></item><item><title>Why Facebook wanted to buy Twitter</title><description><![CDATA[ <P><FONT face=Tahoma size=2><STRONG><FONT color=#00ffff>ทวิตเตอร์</FONT></STRONG> เป็นหนึ่งในบริษัทเกิดใหม่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดใน<STRONG>ซิลิกอนวัลเลย์</STRONG> มูลค่าหุ้นทวิตเตอร์ถีบตัวขึ้นทันทีที่ข่าวนี้แพร่กระจายออกไป จุดนี้ไฟแนนเชียลไทมส์ตั้งข้อสังเกตว่า หากการซื้อทวิตเตอร์เกิดขึ้นจริงที่มูลค่า 500 เหรียญสหรัฐ จะถือเป็นการซื้อที่ยิ่งใหญ่มากในวงการ <STRONG>Web 2.0</STRONG> หลังจากที่<STRONG>ไมโครซอฟท์เคยซื้อหุ้นเฟชบุ๊ก</STRONG>ด้วยเงิน 1.5 หมื่นล้านเมื่อปีที่แล้ว</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>มีแหล่งข่าวไม่เปิดเผยนาม ยืนยันว่าข่าวลือเรื่องบริษัทเครือข่ายสังคมอย่าง <STRONG><FONT color=#0000ff>เฟชบุ้ก (Facebook)</FONT></STRONG> กำลังเจรจาซื้อหุ้นบริษัท <STRONG><FONT color=#00ffff>ทวิตเตอร์ (Twitter)</FONT></STRONG> บริษัทให้บริการบล็อกสั้นหรือ <STRONG>micro-blogging</STRONG> ในขณะนี้เป็นเรื่องจริง โดยล่าสุดเฟชบุ๊กชนะคดีฟ้องร้องนักส่งอีเมลขยะชาวแคนาดา เตรียมรับทรัพย์ค่าเสียหาย 873 ล้านเหรียญสหรัฐ</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>อย่างไรก็ตาม <STRONG>Biz Stone</STRONG> ผู้ร่วมก่อตั้ง<STRONG>ทวิตเตอร์</STRONG> <FONT color=#ff0000>ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับการเจรจาว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่</FONT> โดยบอกเพียงว่า <FONT color=#00cc33>เฟชบุ๊กมีความสามารถในการสร้างระบบบล็อกสั้นบนบริการส่งข้อความของเฟชบุ๊กเองอยู่แล้ว ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งการควักกระเป๋าซื้อหรือการพัฒนาเอง</FONT><BR><BR><STRONG>เฟชบุ๊ก</STRONG> <FONT color=#0000ff>เป็นเว็บไซต์เครือข่ายสังคมที่ทำเงินโฆษณาราว 250-300 ล้านเหรียญต่อปี กลุ่มผู้ใช้ราว 120 ล้านคนทั่วโลก</FONT> ขณะที่ <STRONG>ทวิตเตอร์ </STRONG>คือ <FONT color=#0066ff>บริการที่เปิดให้ผู้ใช้เข้ามาเขียนบล็อกเป็นข้อความสั้นความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษรเพื่อบอกเล่าความคืบหน้าชีวิตแก่เพื่อนสมาชิก เช่น กำลังกินข้าวอยู่ อ่านหนังสือพิมพ์อยู่ ผู้ใช้สามารถส่งข้อมูลให้เพื่อนในกลุ่มได้ผ่านทางเ้ว็บไซต์ www.twitter.com</FONT> หรือแจ้งสถานะผ่านโปรแกรมแชตอย่าง Google Talk ก็ได้ รวมถึงการส่งข้อความบอกเล่าความเป็นไปในขณะนั้นผ่านโทรศัพท์มือถือ (SMS) ได้ด้วย<BR></FONT></P>
<P><A href="http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000139576" target=_blank><FONT face=Tahoma size=2>http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000139576</FONT></A><BR><A href="http://www.telegraph.co.uk/scienceandtechnology/technology/technologynews/3519812/Why-Facebook-wanted-to-buy-Twitter.html" target=_blank><FONT face=Tahoma size=2>http://www.telegraph.co.uk/scienceandtechnology/technology/technologynews/3519812/Why-Facebook-wanted-to-buy-Twitter.html</FONT></A><BR></P> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=37</link><pubDate>26/11/2551</pubDate></item><item><title>Jerry Yang to Step Down as Yahoo CEO</title><description><![CDATA[ <P><FONT face=Tahoma size=2>&nbsp;<STRONG>ยาฮู</STRONG> บอกว่า หยางจะลงจากตำแหน่งทันทีที่กรรมการบริหารสามารถคัดสรรผู้มาดำรงตำแหน่งทางหยางได้ <STRONG>ขณะที่หยางแถลงเห็นด้วยว่านี่ถึงเวลาแล้วที่ยาฮูจะถูกส่งต่อไปยังผู้นำคนใหม่</STRONG> ท่ามกลางภาวะมูลค่าหุ้นยาฮูดำดิ่งลงตลอดช่วงปีที่ผ่านมา<BR></FONT><FONT face=Tahoma size=2><BR><STRONG>ยาฮู</STRONG> ประกาศอย่างเป็นทางการ ว่าผู้ร่วมก่อตั้งยาฮูอย่าง<STRONG>เจอร์รี่ หยาง (Jerry Yang)</STRONG> ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการต่อสู้ไม่ให้ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เทกโอเวอร์บริษัทเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของยาฮูแล้ว บอร์ดระบุว่าได้ประชุมและเห็นพ้องต้องกันว่าเวลานี้คือเวลาที่เหมาะสมสำหรับการคัดสรรผู้นำยาฮูคนใหม่</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma><FONT size=2>ขณะเดียวกัน การแถลงลาตำแหน่งซีอีโอของหยางก็เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากข้อตกลงด้านโฆษณาออนไลน์ระหว่างกูเกิลและยาฮูต้องล้มเลิกไปเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดคดีความผูกขาดตลาดในอนาคต ข้อตกลงที่เชื่อว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับยาฮูในสัดส่วนที่นักลงทุนพอใจจึงหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย<BR></FONT></FONT><FONT face=Tahoma size=2><BR>เด็กชายหยางนั้นเกิดที่ไต้หวันในวันที่ 6 พฤศจิกายน 1968 จากนั้นจึงย้ายมาอยู่ในสหรัฐฯพร้อมครอบครัวเมื่อมีอายุได้ 10 ปีและเติบโตที่ซานโฮเซ่ แคลิฟอร์เนีย ระหว่างที่หยางศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าในมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด หยางและเพื่อนร่วมชั้นนามเดวิด ฟิโล (David Filo) ได้ใช้เวลาว่างร่วมกันสร้างดัชนีเว็บไซต์ที่มีอยู่ทั่วโลกในขณะนั้นโดยให้ชื่อเรียกว่า <STRONG>"Jerry s Guide to the World Wide Web"</STRONG> เพื่อเป็นเครื่องมือนำทางในการใช้งานอินเทอร์เน็ต<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บริษัทยาฮูเกิดขึ้นในปี 1995 และหยางก็กลายเป็นเศรษฐีในปีถัดไปเพราะปีดังกล่าวเป็นปีที่ยาฮูเข้าตลาดหลักทรัพย์ 5 ปีถัดมายาฮูสามารถผ่านพ้นช่วงฟองสบู่ดอทคอมแตกได้โดยครองความนิยมเป็นเว็บไซต์อันดับหนึ่ง มีผู้ใช้งานหลายล้านคนต่อวัน กระทั่งยักษ์ใหญ่ที่ชื่อกูเกิลเกิดขึ้น ความนิยมของยาฮูก็เริ่มสั่นคลอน และกลายเป็นเว็บไซต์สืบค้นข้อมูลที่มีการใช้งานมากเป็นอันดับสองของโลก<BR></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>&nbsp;<STRONG>เจอร์รี่ หยาง ในวัย 40 ปี</STRONG> ดำรงตำแหน่งซีอีโอยาฮูตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2007 ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการปฏิเสธข้อเสนอซื้อหุ้นของไมโครซอฟท์ในราคา 33 เหรียญสหรัฐต่อหุ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แน่นอนว่าการตัดสินใจครั้งนั้นสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ถือหุ้นของยาฮูเพราะยาฮูต้องชวดเงินจำนวนถึง 4.7 หมื่นล้านเหรียญ และหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว มูลค่าหุ้นของยาฮูดำดิ่งลงเหลือเพียง 10-12 เหรียญเท่านั้น<BR><BR></FONT><A href="http://www.pcmag.com/article2/0,2817,2334911,00.asp?kc=PCRSS03069TX1K0001121" target=_blank><FONT face=Tahoma size=2>http://www.pcmag.com</FONT></A><BR><A href="http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000136595" target=_blank><FONT face=Tahoma size=2>http://www.manager.co.th</FONT></A></P> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=36</link><pubDate>19/11/2551</pubDate></item><item><title>MySpace-Facebook-Twitter</title><description><![CDATA[ <P><FONT face=Tahoma size=2><FONT color=#0066ff><FONT size=3>คาถาสู่ฝันของโอบามา <STRONG>MySpace-Facebook-Twitter</STRONG></FONT></FONT><BR><BR><STRONG>"ไม่มีใครออกมาบอกว่าโอบามาชนะการเลือกตั้งได้เพราะอินเทอร์เน็ต แต่เห็นชัดเจนว่าเขาจะชนะไม่ได้เลยถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ต"</STRONG> Julie Germany ประธานสถาลบัน Institute for Politics Democracy &amp; the Internet จากมหาวิทยาลัย George Washington University กล่าวกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพี "ตั้งแต่แรกเริ่ม แคมเปญของโอบามาก็ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการจัดการแคมเปญทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ จนดูเหมือนว่าอินเทอร์เน็ตเป็นระบบประสาทส่วนกลางของแคมเปญทั้งหมด"<BR></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2>ต้องยอมรับว่า โอบามานั้นใช้งบโฆษณาออนไลน์มากกว่าแม็คเคนหลายสิบล้านเหรียญและได้รับความสำเร็จมากกว่า นอกจากเว็บไซต์ทางการของผู้สมัคร โอบามาใช้บล็อกและยูทูบ (<STRONG>YouTube</STRONG>) เป็นช่องทางโฆษณาอย่างหนักถึงขั้นสร้างช่องแชร์วีดีโอของตัวเอง ซึ่งยังไม่เคยปรากฎในยูทูบเลย<BR></FONT></P>
<P><STRONG><FONT face=Tahoma color=#0099ff size=2>ภายหลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นทางการ นายบารัก โอบามา ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ได้รับชัยชนะขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 44 ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคม 2552 นักวิเคราะห์ไอทีมองว่า เครือข่ายสังคมอย่าง MySpace และ Facebook มีส่วนช่วยให้โอบามาไปถึงฝั่งฝันทำเนียบขาวได้สำเร็จ เช่นเดียวกับข้อความบล็อกขนาดสั้น Twitter ที่ถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการกรุยทางสู่ดวงดาว</FONT></STRONG></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><FONT color=#cc6633>&nbsp;<B>"หลายแคมเปญที่โอบามาทำบนโลกออนไลน์ พยายามผลักดันให้ประชาชนอยากลงมือทำอะไรบางอย่างให้แคมเปญนี้ มันไม่ใช่การส่งข้อมูลหาเสียงทั่วไปอย่างในอดีต และผู้ที่รับฟังโอบามาส่วนใหญ่ก็เป็นคนยุคใหม่อายุน้อย และใช้งานอินเทอร์เน็ตมาก ซึ่งแน่นอนว่าแคมเปญของโอบามาบนอินเทอร์เน็ตจะเข้าถึงคนกลุ่มนี้และขยายตัวอย่างรวดเร็ว"</B><BR></FONT>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ David Almacy ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมให้บริการอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายในทำเนียบขาวตั้งแต่เดือนมีนาคม 2005 ถึงเดือนพฤษภาคม ปี 2007 มองว่า โอบามาเข้าใจแนวคิดการสื่อสารระหว่างชุมชนออนไลน์ตั้งแต่แรกเริ่ม ทำให้โอบามาเน้นการส่งข้อความ <STRONG>Twitter</STRONG> แทนที่จะตรวจหน้า <STRONG>Facebook</STRONG> อย่างเดียวทุกวัน และความเข้าใจพลังเรื่องการสื่อสารระหว่างคนหลายชุมชนนี้เองที่ทำให้โอบามาทำแคมเปญได้ดีกว่าแม้คู่แข่งจะใช้กลยุทธ์หาเสียงออนไลน์เช่นเดียวกัน<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<BR><FONT color=#00cc99>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<B>"แคมเปญของแม็คเคนไม่ประสบความสำเร็จเพราะฐานเสียงของเขาแตกต่างจากโอบามา นี่คือเหตุผลที่ทำให้แม็คเคนไม่โหมทำแคมเปญบนโลกออนไลน์ และเครือข่ายสังคม" Almacy กล่าว และในฐานะที่เขาเป็นหนึ่งในทีมผู้ให้บริการ RSS feeds, อีเมลอัปเดต, พ็อดคาสต์ และวีดีโอออนดีมานด์ในเว็บไซต์ whitehouse.gov เขาเองก็อยากรอดูว่าโอบามาจะให้นโยบายจัดการงานออนไลน์ของทำเนียบขาวอย่างไรในอนาคต</B></FONT><BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<STRONG>MySpace</STRONG> และ <STRONG>Facebook</STRONG> นั้นเป็นเว็บไซต์เครือข่ายสังคมยอดนิยมของชาวสหรัฐฯ ผลการสำรวจของบริษัทวิจัย Hitwise เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบว่า <STRONG>MySpace</STRONG> ครองส่วนแบ่ง 73 เปอร์เซ็นต์ของตลาดสหรัฐฯ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 6 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ <STRONG>Facebook</STRONG> มีส่วนแบ่งอยู่ 17 เปอร์เซ็นต์ แต่มียอดเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงปีที่แล้วถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ Facebook เป็นเครือข่ายสังคมที่มีการเติบโตสูงกว่าเว็บอื่น<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ <STRONG>Twitter</STRONG> คือการเขียนบล็อกเป็นข้อความสั้นความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษรเพื่อบอกเพื่อนสมาชิกว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ในขณะนั้น เช่น กำลังกินข้าวอยู่ อ่านหนังสือพิมพ์อยู่ สามารถส่งข้อมูลให้เพื่อนในกลุ่มหรือสมาชิก <STRONG>Twitter</STRONG> ทั้งโลกก็ได้ผ่านทางเ้ว็บไซต์ <STRONG>www.twitter.com</STRONG> หรือแจ้งสถานะผ่านโปรแกรมแชตอย่าง <STRONG>Google Talk</STRONG> ก็ได้ รวมถึงการส่งข้อความบอกเล่าความเป็นไปในขณะนั้นผ่านโทรศัพท์มือถือ (<STRONG>SMS</STRONG>) ได้ด้วย<BR></FONT></P>
<P><A href="http://www.mybarackobama.com/" target=_blank><FONT face=Tahoma size=2>http://www.mybarackobama.com</FONT></A></P>
<P><A href="http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000131372" target=_blank><FONT face=Tahoma size=2>http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000131372</FONT></A></P>
<P><SPAN style="FONT-SIZE: 10pt; FONT-FAMILY: Tahoma"><STRONG>1. MySpace</STRONG></SPAN> </P>
<P><A onmouseover="window.status=   ;return true;" onmouseout="window.status=   ;return true;" href="http://www.myspace.com/barackobama" target=_blank><SPAN style="FONT-SIZE: 10pt; FONT-FAMILY: Tahoma"><IMG src="http://images.websnapr.com/?url=http://www.myspace.com/barackobama&amp;size=s" align=left border=0> </SPAN></A></P>
<P><SPAN style="FONT-SIZE: 10pt; FONT-FAMILY: Tahoma"><STRONG><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR>2. Facebook</STRONG></SPAN> </P>
<P><A onmouseover="window.status=   ;return true;" onmouseout="window.status=   ;return true;" href="http://www.facebook.com/barackobama" target=_blank><SPAN style="FONT-SIZE: 10pt; FONT-FAMILY: Tahoma"><IMG src="http://images.websnapr.com/?url=http://www.facebook.com/barackobama&amp;size=s" align=left border=0> </SPAN></A></P>
<P><SPAN style="FONT-SIZE: 10pt; FONT-FAMILY: Tahoma"><STRONG><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR>3. Twitter</STRONG></SPAN> </P>
<P><A onmouseover="window.status=   ;return true;" onmouseout="window.status=   ;return true;" href="http://twitter.com/BarackObama" target=_blank><SPAN style="FONT-SIZE: 10pt; FONT-FAMILY: Tahoma"><IMG src="http://images.websnapr.com/?url=http://twitter.com/BarackObama&amp;size=s" align=left border=0> </SPAN></A></P> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=35</link><pubDate>5/11/2551</pubDate></item><item><title>Webmastr e-Magazine Vol. 1</title><description><![CDATA[ <P><FONT face=Tahoma><FONT size=2><FONT size=5><FONT color=#00cc00><STRONG>Webmast<EM>r</EM>&nbsp; e-Magazine</STRONG>&nbsp; <BR></FONT></FONT>เนื้อหาในฉบับนี้ พบกับเรื่อง <BR><BR><STRONG>รักษา Brand บนเน็ตด้วยการ ตอบ<BR></STRONG>วิธีการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสเมื่อลูกค้าต่อว่าสินค้าของคุณบนอินเทอร์เน็ต <BR><BR><STRONG>Your domain name is your brand!</STRONG> คิดถึงเรื่องแบรนด์ก่อนจดโดเมนเนม <BR><BR><STRONG>เทคนิคการสร้างเว็บบอร์ดของคุณ ให้มีคนเข้าเยอะ (Community Building)</STRONG> หลักการง่ายๆ ที่จะช่วยให้เว็บบอร์ดของคุณคึกคักไม่เงียบเหงา <BR><BR><STRONG>เทคนิคการสร้างเว็บให้เป็นที่รู้จักด้วย Yahoo! รู้รอบ</STRONG> วิธีการเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บด้วยการช่วยเหลือผู้อื่น และ <STRONG>Knowledge Sharing 2.0 หลากหลายรูปแบบการแบ่งปันความรู้ (Wikipedia vs Yahoo! Answers vs Google Knol)</STRONG> เปรียบเทียบรูปแบบการแบ่งปันความรู้ในยุค 2.0 ของ 3 เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่<BR></FONT></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma><FONT size=2>อ่านได้แล้ววันนี้<BR><A href="http://www.webmaster.or.th/article/webmastr-e-magazine-vol-1" target=_blank>http://www.webmaster.or.th/article/webmastr-e-magazine-vol-1</A><BR></P></FONT></FONT> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=34</link><pubDate>29/9/2551</pubDate></item><item><title>โครงการ 10 ยกกำลัง 100</title><description><![CDATA[ <P><STRONG><FONT face=Tahoma size=2><FONT color=#009900><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR><BR>"Project 10^100" (อ่านว่า "10 to the 100th หรือ 10 ยกกำลัง 100)</FONT> <BR>url: </FONT></STRONG><A href="http://www.project10tothe100.com"><STRONG><FONT face=Tahoma size=2>http://www.project10tothe100.com</FONT></STRONG></A><BR><BR><FONT face=Tahoma><FONT size=2><STRONG>กูเกิลบอกว่าจะคัดเลือกไอเดียที่น่าสนใจ 100 ความคิด</STRONG> จากนั้นจะให้ผู้ใช้กูเกิลช่วยกันร่วมโหวตลงคะแนนให้กับไอเดียที่น่าจะได้รับเงินทุนก้อนนี้<STRONG>มากที่สุด 20 อันดับแรก</STRONG> จากนั้นจึงจะมีคณะกรรมการให้คะแนนและกลั่นกรองออกมาจนเหลือเป็น<STRONG> 5 สุดยอดไอเดีย</STRONG>ที่จะได้รับเงินทุนรวมกว่า <STRONG>10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ</STRONG> ไปในที่สุด<BR><BR><STRONG>"กูเกิลนั้นสนใจอย่างยิ่งที่จะร่วมสมทบทุนสนับสนุนโครงการที่ให้ประโยชน์กับผู้คนในวงกว้างลักษณะนี้"</STRONG> ในจดหมายระบุ "ในโอกาสที่กูเกิลครบรอบสิบปี คงไม่มีงานฉลองใดที่น่ายินดีไปกว่าการส่งเสริมให้ผู้คนทั่วโลกได้มีโอกาสช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และคนที่มีไอเดียซึ่งสามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้มากที่สุดจะเป็นผู้ได้รับเงินทุนสนับสนุนในครั้งนี้"<BR><BR><STRONG>ตัวอย่าง<BR><BR><IMG alt="" src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/551000012361801.JPEG" border=0 alignment=""><BR><BR></STRONG>&nbsp;กูเกิลยกตัวอย่างไอเดียที่กูเกิลคิดว่าน่าสนใจ ว่าเป็นผลงานของนักประดิษฐ์สองคนที่ช่วยกันสร้างอุปกรณ์ชื่อ <STRONG>The Hippo Water Roller</STRONG> <FONT color=#ff0000>เพื่อช่วยให้คนทั่วโลกหลายล้านคนไม่จำเป็นต้องแบกถังน้ำขนาด 20 ลิตรเอาไว้บนบ่าเป็นระยะทางยาวๆ อีกต่อไป</FONT> แต่สามารถขนถ่ายน้ำสะอาดเพื่ออุปโภคบริโภคได้ด้วยการเปลี่ยนถังน้ำขนาด 90 ลิตรให้กลายเป็นล้อหมุนเพื่อเข็นไปกับพื้นดิน<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<BR>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หรืออย่าง <STRONG>First Mile Solutions</STRONG> ที่มีแนวคิดง่ายๆ <FONT color=#ff0000>ในการเชื่อมโยงชุมชนที่ห่างไกลในประเทศกำลังพัฒนาเข้าด้วยกันผ่านอินเทอร์เน็ต </FONT>หนึ่งในแผนงานก็คือ การนำอุปกรณ์ไว-ไฟ สำหรับเครือข่ายแบบไร้สายมาติดตั้งไว้บนรถประจำทางสาธารณะ เพื่อให้ผู้คนสามารถรับส่งอีเมลและข้อความถึงกันได้เมื่อรถประจำทางวิ่งผ่านยังพื้นที่ต่างๆ ที่ขาดช่องทางในการสื่อสารถึงกัน<BR></FONT></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma><FONT size=2><STRONG>ข่าวจาก</STRONG><BR><A href="http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000114656">http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000114656</A><BR><BR></P>
<H2><FONT color=#009900>ทำไมต้องมีโครงการนี้</FONT></H2>
<P><FONT color=#009900>ไม่เคยปรากฏว่าผู้คนจำนวนมากมีข้อมูลข่าวสารมากมาย มีเครื่องมืออันหลากหลายสำหรับใช้งาน ตลอดจนมีวิธีการสร้างสรรค์ความคิดดีๆ สำหรับการดำเนินชีวิตมากมายเท่ากับในปัจุบัน และในขณะเดียวกัน ทุกคนต่างก็ได้รับความช่วยเหลืออย่างมากไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือมากมายเพียงใด</FONT></P>
<P><FONT color=#009900>ปัจจุบันมีการศึกษาใหม่ๆ ที่สนับสนุนวิธีคิดที่ไม่ซับซ้อน ซึ่งนอกเหนือไปจากความมั่งคั่งทางวัตถุในระดับพื้นฐานบางอย่าง สิ่งเดียวที่จะช่วยให้ผู้คนมีความสุขเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปคือการให้ความช่วยเหลือกัน</FONT></P>
<P class=extralarge><FONT color=#009900><STRONG>หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ความช่วยเหลือนั้นสามารถช่วยเหลือได้ทุกผู้คน ทั้งผู้ที่เป็นฝ่ายช่วยเหลือ และผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ<BR><BR><A href="http://www.project10tothe100.com/intl/TH/why.html">http://www.project10tothe100.com/intl/TH/why.html</A><BR></STRONG></FONT></P></FONT></FONT> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=33</link><pubDate>29/9/2551</pubDate></item><item><title>URL ชื่อไทย</title><description><![CDATA[ <P><FONT face=Tahoma color=#ff0000><STRONG>ยูอาร์แอล "ภาษาำไทย" ใช้การได้แล้ว</STRONG></FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma color=#333333 size=2>บริการใหม่ "<STRONG>นามไทย</STRONG>" ระบบ "<STRONG>Thai Internet Address</STRONG>" (THIA) หรือที่อยู่เว็บไซต์อินเทอร์เน็ตภาคภาษาไทย ให้ผู้ใช้เน็ตพิมพ์ภาษาไทยลงไปในช่อง "URL" ได้โดยตรง</FONT></P>
<P><FONT face=Tahoma size=2><FONT color=#333333><STRONG>บริการนามไทยแบ่งเป็น 3 บริการ</STRONG> ได้แก่ 1.บริการจดทะเบียนชื่อไทย หมายถึงชื่อที่เป็นบริษัท นิติบุคคลต่างๆ เช่น ไอเน็ต แอร์เอเชีย เป็นต้น 2.บริการจดทะเบียนคำไทย ซึ่งจะเป็นคีย์เวิร์ดต่างๆ เช่น มือถือ กระเป๋า 3.บริการแบรนด์ไทย จะเป็นชื่อยี่ห้อสินค้า บริการต่างๆ โดยบริการที่ 1 และ 3 คิดอัตราค่าใช้บริการต่อปี 4,000 บาท ขณะที่บริการคำไทย จะคิดอัตราค่าบริการเดือนละ 1,500 บาท</FONT></FONT></P>
<P class=setMagin_bottom15><FONT face=Tahoma color=#333333 size=2>ทั้งนี้ บริการนามไทยมีจุดเด่นที่แตกต่างจากบริการเสิร์ชเอ็นจิ้น คือ คำที่พิมพ์ลงในแอดเดรสบาร์ โดยไม่ต้องมี www หรือ .com แล้วกดปุ่ม Enter หน้าเว็บเบราเซอร์จะเปิดเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการโดยอัตโนมัติ เป็นการให้ผลที่เฉพาะคือ 1 คำ เท่ากับ 1 เว็บไซต์ แต่เสิร์ชเอ็นจิ้นทั่วไปจะรวบข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง</FONT></P>
<P class=setMagin_bottom15><FONT face=Tahoma color=#333333 size=2>เช่น พิมพ์คำว่า<STRONG> ทำบัตรประชาชน</STRONG> จะทำให้เข้าสู่หน้าข้อมูลการทำบัตรประชาชนของกรมการปกครอง www.dopa.go.th/dopanew/pidcard.html ได้ทันที เป็นต้น</FONT></P>
<P class=setMagin_bottom15><FONT face=Tahoma color=#333333 size=2>ปัจจุบันผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตใน 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ ได้แก่ บริษัททรู อินเทอร์เน็ต, เคเอสซี อินเตอร์เน็ต, ซีเอสล็อกซ์อินโฟ, ไอเน็ต และเจไอ เน็ต สามารถใช้บริการ นามไทย ได้ และกำลังเจรจากับทีโอที และไอเอสพีรายอื่นให้ครบ คาดว่า ปีหน้าจะครอบคลุมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ทั้งประเทศ</FONT></P>
<P class=setMagin_bottom15><A href="http://www.bangkokbiznews.com/2008/09/19/news_295946.php"><FONT face=Tahoma size=2>http://www.bangkokbiznews.com/2008/09/19/news_295946.php</FONT></A></P>
<P class=setMagin_bottom15><A href="http://th.namathai.com/"><FONT face=Tahoma size=2>http://th.namathai.com/</FONT></A></P>
<P class=setMagin_bottom15><FONT face=Tahoma size=2></FONT>&nbsp;</P> ]]></description><link>http://www.b2ccreation.com/content/news/News_Item.asp?content_ID=32</link><pubDate>19/9/2551</pubDate></item>

	</channel>
</rss>